ประชุมชี้แจง “โครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา”

เมื่อ วันจันทร์ที่ 19 มิถุนายน 2560 เข้าร่วมประชุมชี้แจงรายละเอียด ตามเอกสารประกอบ(ระเบียบฯ,ประกาศ,คู่มือฯ) “โครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาและผู้ปฏิบัติงานทางการศึกษา ” ของ สนง.คณะกรรมการ สกสค.กระทรวงศึกษาธิการ แก่ท่านที่ปรึกษาและคณะกรรมการดำเนินการ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูภูเก็ต จำกัด หลังเสร็จสิ้นการชี้แจง ประธานคณะกรรมการดำเนินการ(นายประเสริฐ งานวงศ์พาณิชย์) ขอมติที่ประชุมฯว่า เห็นชอบให้ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูภูเก็ต จำกัด โดยท่านประธานคณะกรรมการดำเนินการ ลงนามความร่วมมือฯ กับ สนง.คณะกรรมการ สกสค.หรือไม่ ? ผลการลงมติ ที่ประชุมเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ และมอบให้ประธานคณะกรรมการดำเนินการ เป็นผู้ลงนามความร่วมมือกับ เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค.ต่อไปได้ ทั้งนี้ ประชุมฯมีข้อคิดเห็น และ ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม แก่ สนง.คณะกรรมการ สกสค.เพื่อการเพิ่มประสิทธิผล ประสิทธิภาพ และคุณภาพการบริหารจัดการโครงการ ใน 7 ประเด็นสำคัญดังนี้ 1. ตามเอกสารหมายเลข 9 หน้า 57 ข้อ 5,ข้อ 7 กรณีการผิดสัญญาเงินกู้ แล้วผู้กู้ต้องส่งคืนเงินกู้พร้อมดอกเบี้ย และ กรณีผู้กู้ออกราชการ/งานหรือย้ายฯ ต้องมีการแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ให้กู้ทราบและจัดการชำระหนี้เงินกู้ทั้งหมดพร้อมดอกเบี้ยให้ผู้ให้กู้ ประเด็นนี้สำคัญมาก จะต้องมีการปฐมนิเทศผู้ได้รับสวัสดิการเงินกู้ กำชับเรื่องนี้ และมีการจัดทำทะเบียน -ข้อมูลรายบุคคลเพื่อการติดต่อประสานงานโดยทันที โดยไม่ปล่อยปัญหาไว้จนยากแก่การแก้ปัญหา( เหมือนกรณีเงินกู้โครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค) 2. บันทึกข้อตกลงการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูฯ หน้า 59 ข้อ 4 หน้าที่ของ สนง.คณะกรรมการ สกสค. ข้อ 4.3มีการระบุคำว่า” เงื่อนไข “ที่ สนง.คณะกรรมการ สกสค. กำหนด จึงสงสัยว่า นอกจาก “ข้อตกลงในการรับสวัสดิการฯ”(เอกสารหมายเลข 3) 9 ข้อแล้ว ยังมี”เงื่อนไข”เพิ่มเติมอื่นอีกหรือไม่? ถ้ามี ต้องรีบแจ้งให้ผู้เกี่ยวข้องทราบโดยด่วน 3. ตามข้อ 5.4 ของบันทึกข้อตกลงการแก้ปัญหาหนี้สินฯ กรณีสมาชิกฯพ้นจากสมาชิกภาพ สหกรณ์ฯ สหกรณ์ฯจะโอนเรื่องทั้งหมดให้แก่ สนง.คณะกรรมการ สกสค.ได้เลยใช่หรือไม่ ?หรือต้องรอหลักเกณฑ์ – วิธีการ ที่กำหนด 4. การกำหนดให้ผู้เข้าโครงการจัดหาผู้ค้ำประกันทั้งรายเก่าและรายใหม่ “น่าจะหายากมาก” คงต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้ น่าจะเหมาะสมกว่า 5. นอกเหนือจากการให้ค่าตอนแทนแก่ สหกรณ์ฯ ที่ร่วมดำเนินการแล้ว ควรมีการให้การสนับสนุนค่าตอบแทนแก่ ผู้บังคับบัญชา และ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน ช่วยเหลืองานตามโครงการฯตามสมควร เพื่อขวัญกำลังใจผู้ปฏิบัติงานด้วย 6. บันทึกข้อตกลงการแก้ปัญหาหนี้สินฯที่จะลงนามร่วมกัน ควรมีการกำหนดระยะเวลา 1 ปี หรือ 2 ปี เพื่อเหมาะสม ความคล่องตัวในการดำเนินการ และวาระการดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการดำเนินการของสหกรณ์ฯ 7. สิ่งสำคัญมาก การคัดเลือกตัวบุคคลเพื่อให้ได้รับสวัสดิการตามโครงการฯนี้ คณะกรรมการ และผู้เกี่ยวข้อง ต้องดำเนินการอย่างบริสุทธิ์ – ยุติธรรม ตามหลักเกณฑ์และคู่มือที่กำหนดโดยเคร่งครัด มีเอกสาร – หลักฐาน ประกอบการพิจารณาที่แน่นอน ชัดเจน ได้บุคคลที่สมควรได้ และที่สำคัญ หากได้บุคคลที่มีความ”ตั้งใจจริง จริงจัง – จริงใจ – จิตอาสา”พร้อมที่จะเป็นกรณีตัวอย่างในการแก้ปัญหาและพัฒนาชีวิต เพื่อการมีชีวิตที่ดีกว่าเดิมได้ด้วย ก็จะทำให้โครงการนี้ สามารถมี Best Practice เป็นกรณีตัวอย่างที่ดี ให้บุคคลอื่นเรียนรู้และเลียนแบบต่อไปได้ นับเป็นข้อคิด – ข้อเสนอแนะที่ดีเป็นอย่างมาก จะได้นำข้อคิด – ข้อเสนอดังกล่าว เสนอผู้บริหารระดับสูง(ดร.พิษณุ ตุลสุข และทีมงานบริหารของท่าน)เพื่อการบริหารจัดการโครงการนี้ ให้เกิดผลลัพธ์ที่ดี สมตามคำขวัญของโครงการที่กำหนด ” คุณภาพชีวิตครู เราดูแล ” ” คืนโอกาส พัฒนาคุณภาพชีวิตครู สู่วิถีพอเพียง ” ขอขอบคุณ ท่านที่ปรึกษาสหกรณ์ออมทรัพย์ครูภูเก็ต จำกัด ท่านประธานฯ ประเสริฐ งานวงศ์พาณิชย์ และ กรรมการดำเนินการทุกท่าน ที่เห็นความสำคัญของโครงการฯนี้ และมีมติเห็นชอบลงนามในบันทึกข้อตกลงการแก้ปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาในจังหวัดภูเก็ต และร่วมดำเนินการตามกระบวนการขั้นตอนที่กำหนดต่อไป.

19398757_1472471849477947_301601015_n

19415917_1472476196144179_673559257_n

19398059_1472476176144181_1100111986_n